18. ม.ค., 2013

บทเรียนจากมูลนิธีกรีนพีซและธนาคารกสิกรไทย

บทเรียนจากมูลนิธีกรีนพีซและธนาคารกสิกรไทย

ID102832v1_page1_image1

เรื่องย่อ: ได้ถูกพนักงานของมูลนิธิกรีนพีซปลอมเอกสารยินยอมให้หักบัญชีเพื่อบริจาคเงินเข้ามูลนิธิฯ จำนวน 450 บาท ต่อเดือน โดนหักเงินไปจำนวน 4 เดือน โดยที่เขาเมคข้อมูลขึ้นมา และยื่นต่อธนาคารกสิกรไทย ทางธนาคารได้ทำการเช็คเพียงแค่ชื่อกับเลขที่บัญชีเท่านั้นก็อนุมัติให้ตัดบัญชีได้ แค่นี้ยังไม่พอนามสกุลเราผิด เขาก็ยังไม่เอะใจ ไม่ได้ตรวจสอบให้ดีก็อนุมัติไปได้ แล้วแบบนี้ใครที่ทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต ที่จะต้องมีเลขที่บัญชีให้ลูกค้าโอนเงิน ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ ใครจะคิดว่ามีคนรู้เลขที่บัญชีเราแล้วจะเป็นภัยกับตัวเอง แล้วบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายทางอินเตอร์เน็ตจะต้องระวังตัวกันมากขึ้น และลองเช็คบัญชีของตัวเองว่ามียอดเงินที่หายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ที่เชียงใหม่ เพราะพนักงานคนนี้ได้ไปรับบริจาคที่เซ็นทรัลแอร์พอร์ต (เชียงใหม่) คิดว่าเขาคงจะเมคข้อมูลของคนเชียงใหม่หลายราย 

ขอเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เริ่มตั้งแต่เมื่อกลางปี 2555 แต่เพิ่งรู้ตัวจริงๆ เดือนธันวาคม 2555 เมื่อราวๆ เดือนตุลาคม 2555 เริ่มสังเกตุเห็นเงินในบัญชีของธนาคารกสิกรไทย สาขาที่เชียงใหม่ ซึ่งไม่มีบัตร ATM จะเป็นบัญชีรับเข้าเฉยๆ เวลาจะถอนออกจะโอนเงินเข้าธนาคารกสิกรสาขาในกรุงเทพ แล้วถอนจาก ATM จะสามารถเช็คยอดผ่านทางอีแบงกิ้งได้ เห็นมีเงินถอนไป 450 บาท แล้วได้เขียนหมายเหตุว่า “ปฏิบัติการแจ้งวัฒนะ”  ก็งงๆ พยายามหาดูจากเน็ตก็ไม่ได้คำตอบ แต่ด้วยความที่เวลากลางวันจะต้องทำงานจัดของ ตอบเมล์สารพัด จะไม่มีเวลาคุยยาวๆ กับใครได้ ก็เลยปล่อยมันไป พอมาเดือนพฤศจิกายนก็เห็นว่ามียอดเดิมโดนตัดไปในวันที่เดิม ก็เริ่มตั้งสติก่อนว่าเราเคยไปทำธุรกรรมอะไรไว้ไหม แต่ก็นึกไม่ออก…

พอช่วงเดือนธันวาก็โทรไปสอบถาม call center ของธนาคารกสิกรไทยให้ช่วยเช็ค ทางพนักงานว่าจะทราบผลภายใน 2-3 วันทำการ แต่เราก็รอไปอาทิตย์กว่า พอวันที่ 24 ธันวาคม พนักงานคนเดิมโทรมาบอกว่า ขอโทษด้วยที่โทรมาช้าเพราหยุดไป พนักงานแจ้งว่าบัญชีเราโดนหักจากมูลนิธิกรีนพีซ ให้เราโทรไปติดต่อสอบถามกับทางมูลนิธิฯ เอง แต่วันนั้นได้รับแจ้งมาสี่โมงเย็นแล้ว โทรไปมูลนิธิปิด วันที่ 26 ธันวาคม เราก็ต้องเดินทางไปเชียงใหม่ ได้เดินไปถามสาขาที่เปิดบัญชีเขาก็ตอบไม่ได้ ก็เลยกะว่าเปิดงานปีใหม่แล้วจะโทรไปทีเดียวแล้วกัน

พอหลังจากวันหยุดปีใหม่ ก็ได้โทรไปแจ้งทางมูลนิธิกรีนพีซ ขอดูแบบฟอร์มที่ยินยอมให้ตัดบัญชี พนักงานโทรกลับมาพร้อมกับบอกชื่อเราและนามสกุล เขาก็พูดนามสกุลเราผิด และบอกที่อยู่เราก็รู้แล้วว่าต้องโดนปลอมเอกสารแน่ๆ เราขอให้เขาช่วยส่งแบบฟอร์มมาให้เราดู พอได้เห็นก็อึ้งเพราะทั้งนามสกุล ที่อยู่ อีเมล์ วันเดือนปีเกิดผิดไปตั้ง 10 ปี แถมลายเซ็นต์ก็ไม่ใช่ของเรา

พนักงานกรีนพีซได้โทรมาเจรจาขอโทษ ได้บอกว่าพนักงานที่ชื่อ “กมลวรรณ บุญเต็ม” ได้ทำการปลอมเอกสารขึ้นมา เนื่องจากทางกรีนพีซได้กำหนดเป้าให้พนักงานหาเงินบริจาคตามที่เขากำหนด เมื่อพนักงานไม่สามารถหายอดเงินบริจาคได้ จึงได้ทำการปลอมเอกสารขึ้นมา

โดยที่ตัวเรามีเว็บประกาศฟรีของเชียงใหม่อยู่เว็บนึง ได้เปิดขายแบนเนอร์จึงมีเลขที่่บัญชี พร้อมชื่ออยู่ในเว็บฯ พนักงานคนนี้ได้ทำการปลอมข้อมูลของเรา พร้อมทั้งเซ็นต์ลายมือชื่อเราด้วย

พนักงานกรีนพีซบอกว่าพนักงานคนที่ปลอมเอกสารของเราได้ทำแบบนี้กับคนอื่นๆ หลายคน เมื่อเขาจับได้ก็ไล่ออกไปแล้ว แต่เราก็คิดว่าแค่ไล่ออกแค่นั้นเหรอ เขาปลอมเอกสารทางการเงินขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจำนวนเงินไม่มาก แต่ว่าถ้าคนที่ไม่รู้ตัวหล่ะ จะโดนเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ ขนาดเราเช็คยอดเงินวันละหลายครั้ง ยังมารู้ตัวตอนเดือนที่ 4 แบบนี้เท่ากับโดนปล้นโดยไม่รู้ตัว

พนักงานกรีนพีซได้ทำการโอนเงินคืนมาให้หลังจากที่แจ้งไปอาทิตย์นึง แต่เรา็ไม่สามารถที่จะถอนเงินออกมาได้ เพราะได้ทำการอายัดบัญชีไว้ หลังจากที่กลับจากเชียงใหม่ได้สักพักก็ได้โทรไป Call Center พนักงานธนาคารกสิกรไทยได้บอกว่า การยกเลิกการอายัดบัญชี จะต้องไปทำที่สาขาที่เปิดบัญชีเท่านั้น เราเลยบอกว่า เราโดนปลอมเอกสารแล้วโดนหักบัญชี โดยที่ธนาคารคุณตรวจสอบเพียงแค่ชื่อกับเลขที่บัญชีก็อนุมัติให้ตัด แถมนามสกุลก็ผิด ถามหน่อยว่ามันเป็นความผิดของฉันไหม แล้วจะต้องเสียค่าเครื่องบินไปกลับเกือบสี่พัน เพื่อไปยกเลิกอายัด เพื่อ????  พนักงานธนาคารกสิกรไทยไม่ฟังเหตุผลสักคำ พูดซ้ำๆ ตลอดเวลาว่า “ต้องไปยกเลิกอายัดบัญชีที่สาขาที่เปิดบัญชีเท่านั้น”

ไม่รุ้ว่าความซวยอะไรของตัวเอง ต้องโดนเอาเงินไปทุกเดือนๆ ต้องโทรไปแจ้งของเงินคืน ต้องอายัดบัญชี แล้วยังต้องไปยกเลิกที่เชียงใหม่อีก ทั้งๆ ที่เงินมันก็อยู่ในบัญชีของเราเฉยๆ แล้วนี่เราโง่หรือบ้า ที่เอาเงินของตัวเองไปฝากไว้กับเขา ให้เขาอนุมัติให้ใครเอาเงินเรา่ไปง่ายๆ เพียงแค่ใครสักคนทราบชื่อเรา ทราบเลขที่บัญชีเรา เพียงแค่นี้ธนาคารกสิกรไทยก็อนุมัติแล้ว ไม่เคยตรวจเช็คลายเซ็นต์ ไม่เคยดูที่อยู่ วันเดือนปีเกิดตรงไหม แล้วยิ่งไปกว่านั้นนามสกุลเราก็ผิด เขายังอนุมัติได้

หลังจากที่พนักงานธนาคารกสิกรไทยยืนยันจะให้เราเดินทางไปยกเลิกอายัดที่เชียงใหม่เท่านั้น ก็รู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมกับเราแล้ว เลยตัดสินใจไปแจ้งความที่ สน.บางนา เดินเข้าไปคนเดียวเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ตำรวจฟัง จนสุดท้ายมาฟังกันสี่นายเลย ตำรวจบอกว่าต้องไปแจ้งความที่เชียงใหม่เพราะเราเปิดบัญชีที่เชียงใหม่ ก็เลยกลับมาบ้าน คิดว่ายังไงก็ต้องไปยกเลิกอายัดที่เชียงใหม่อยู่แล้ว ก็ไปแจ้งความมันซะเลย

สองวันต่อมาเจ้าหน้าที่ Call Center ของธนาคารกสิกรไทยได้โทรมา บอกว่าทราบเรื่องแล้ว จะขอโทษด้วยการให้บริการแจ้งเตือนการโอนเงินทาง sms เราบอกว่าไม่ต้องการ ไม่อยากได้ เพราะเช็คทางอีแบงกิ้งตลอดแล้ว เราได้บอกให้เขาจัดการยกเลิกอายัดบัญชีให้ด้วย เพราะเรื่องอะไรที่จะต้องเสียเวลา และเสียเงินค่าเครื่องบินเดินทางไป ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดอะไรของเราเลย เขาก็รับปากว่าจะดำเนินการให้

สักพักเขาโทรมาอีกจะขอส่งของขวัญมาให้ แต่เราไม่อยากได้ มันไม่มีอะไรมาเทียบได้กับความไว้วางใจที่เราฝากเงินไว้กับเขา คิดๆ ดูซิว่าเงินในกระเป๋าเราเก็บเอาไว้ใช้น้อยกว่าเงินในบัญชี เราบ้าหรือเปล่าที่ทำงานได้เงินมาก็เอาไปฝากธนาคาร แล้วให้ธนาคารอนุมัติให้ใครก็ได้ตามอำเภอใจ ไม่เคยตรวจสอบว่าเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ แม้ว่าพนักงานจะพยายามจะพูดว่า “ฝากให้เราช่วยดูแล” แล้วไง ตลอดเวลาที่ผ่านมาตัวเราคนเดียวลำพัง เป็นฝ่ายติดต่อกรีนพีซจนได้เงินคืน เราเองขอให้เขาอายัดบัญชีก่อนที่จะโดนตัดอีกเดือน เราเองโทรไปถามธนาคารกสิกรไทยว่าจะรับผิดชอบอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ มีแต่เงียบ พนักงานไม่เคยพูดอะไรเลย เราต้องไปปรึกษาทนาย เราต้องโทรไป สคบ ทั้งๆ ที่งานก็เยอะ ทำอะไรต่ออะไรด้วยตัวคนเดียวจริงๆ ฉะนั้นธนาคารกสิกรไทยจะมายื่นข้อเสนออะไรมันก็ไม่เท่ากับพลังงานที่เสียไป ดีที่ว่าไม่ได้เครียดเพราะยังไงก็ได้เงินคืน แต่อยากให้คนอื่นได้รู้ และหมั่นตรวจสอบบัญชีธนาคารของตัวเองด้วย สมัยนี้มันไว้ใจอะไรไม่ได้แม้กระทั่งองค์กรการกุศลที่เรียกตัวเองว่า NGO เป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร แต่ตั้งเป้าให้พนักงานหายอดบริจาคที่ไม่ต่างอะไรกับการขายตรง บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่ามูลนิธิฯ ได้ฮั้วกันกับธนาคารหรือเปล่า ทำไมถึงอนุมัติง่ายเกิน

ฝากเตือนทุกๆ คน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่ทำการค้าขายทางอินเตอร์เน็ต ที่เลขที่บัญชีเป็นสาธารณะ หมั่นเช็คยอดเงินในบัญชี ถ้ามียอดเงินที่ถูกถอนไปไม่ทราบสาเหตุ ถ้าเป็นธนาคารกสิกรไทยตรงหมายเหตุเขียนว่า “ศูนย์ปฏิบัติการ ราชบูรณะ”  โทรให้ธนาคารเช็คว่าเป็นการถอนเพื่ออะไร 

เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ถามว่ายังจะใช้บริการธนาคารกสิกรไทยอยู่หรือเปล่า บอกได้เลยว่า “ยังใช้” เหตุผลเพราะ No Choice การทำการค้าขายอย่างน้อยๆ ต้องมีบัญชีธนาคารอันดับต้นๆ ที่คนนิยม เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า

ได้บอกพนักงาน Call Center ที่โทรมาว่า “ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ทำไมปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ธนาคารขายความไว้วางใจ ความเชื่อถือ คนถึงยอมเอาเงินที่เขาทำมาหากินมาฝากไว้ แล้วธนาคารอนุมัติง่ายๆ แบบนี้ จะไว้วางใจได้ยังไง”